Facebook Twitter Google plus Line
สัมพันธ์ร้าวฉานของ “แมดด็อกซ์” และอดีตพ่อบุญธรรม “แบรด พิตต์”
Post by : monnyboy   Date : 07 ก.พ. 63 18:02  Views : 1,077
Facebook Twitter Google plus Line
สัมพันธ์ร้าวฉานของ “แมดด็อกซ์” และอดีตพ่อบุญธรรม “แบรด พิตต์”





เผยสาเหตุความสัมพันธ์ร้าวฉานของ"แมดด็อกซ์"ที่มีต่ออดีตพ่อบุญธรรม"แบรดพิตต์"บาดแผลในใจที่ยากเกินจะลบเลือนแม้เวลาจะผ่านมาแล้วถึง3ปีหลังพ่อแม่บุญธรรมของเขาเลิกรากัน

ลองนึกภาพการมีพ่อแม่เป็นคนดังโดยเฉพาะซุป'ตาร์ระดับโลกอย่างวงการฮอลลีวู้ดในอีกด้านหนึ่งคุณอาจจะได้รับผลประโยชน์ได้รับความสนใจจากคนรอบข้างได้ออกไปพบเจอผู้คนมากมายและได้ไปร่วมเดินพรมแดงพร้อมกับพ่อแม่พวกเขาซึ่งดูแล้วมันก็น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ?

แต่ในทางกลับกันชีวิตของเด็กๆเหล่านั้นอาจจะได้รับความสนใจที่มากเกินไปอย่างการถูกตามถ่ายรูปจากเหล่าปาปารัสซี่ตลอดเวลาไม่มีความเป็นส่วนตัวแม้พ่อแม่ของพวกเขาจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะปกป้องลูกๆจากสิ่งเหล่านั้นแต่ดูเหมือนว่าก็ไม่ค่อยเป็นผลมากนักซึ่งหนึ่งในครอบครัวที่ลูกๆของพวกเขาได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆเป็นอย่างมากเห็นจะเป็นเด็กๆจากตระกูลJolie-Pitt





ความสัมพันธ์ของครอบครัวนี้ภายนอกนั้นดูอบอุ่นเพราะก่อนที่ทั้งคู่จะหย่าร้างกันเวลาไปไหนมักยกกันไปเป็นขบวนลูกๆของพวกเขามักอยู่ในสายตาของทั้งคู่ตลอดแต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วความสัมพันธ์ของแมดด็อกซ์ลูกชายคนโตเด็กชายชาวกัมพูชาและแบรดพิตต์พ่อบุญธรรมเริ่มไม่ลงรอยและมีความตึงเครียดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจนกระทั่งโจลี่และแบรดเลิกกันแมดด็อกซ์ก็ยังมีทีท่าห่างเหินและเคยเผยด้วย"เขาไม่เห็นว่าตัวเองเป็นลูกชายของแบรด"






ย้อนกลับไปเมื่อปี2559ข่าวการเลิกราของแบรดและโจลี่นั้นสร้างความเซอร์ไพร้ส์ให้กับใครหลายคนไม่ใช่น้อยเมื่อโจลี่ออกมาประกาศหย่าสามีที่ครองคู่มานานถึง12ปีทำเอาคนทั่วโลกตกตะลึงเพราะไม่น่าเชื่อว่าคู่ที่เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันทั้งครอบครัวเป็นพ่อแม่ตัวอย่างที่รักลูกมากจะตัดสินใจแยกทางกัน

ซึ่งสาเหตุใหญ่อันเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้โจลี่และแบรดเลิกกันนั้นรวมถึงพ่อลูกเข้าหน้ากันไม่ติดโดยสื่อต่างประเทศได้เผยว่าในช่วงเดือนกันยายน2559แบรดพิตต์และแมดด็อกซ์ได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงบนเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวขณะที่ครอบครัวกำลังเดินทางจากฝรั่งเศสไปแอลเอสหรัฐอเมริกาซึ่งแหล่งข่าวอ้างว่าแบรดพิตต์ที่อยู่ในสภาพเมามายได้ลงมือทำร้ายแมดด็อกซ์หลังจากที่เขาแสดงท่าทีว่ากำลังปกป้องโจลี่เพราะหงุดหงิดที่ภรรยาขอร้องให้เขาเงียบลง

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าแมดด็อกซ์มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรสื่อบางสำนักได้รายงานเพิ่มเติมว่าอันที่จริงแล้วแบรดพิตต์ไม่ได้ทำร่างกายลูกชายเพียงแต่ใช้คำต่อว่าที่รุนแรงกับแมดด็อกซ์และโจลี่เท่านั้น

โดยเหตุการณ์นี้หน่วยคุ้มครองเด็กและครอบครัวลอสแอนเจลิสได้เข้ามาสืบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าแบรดพิตต์ได้ลงมือทำร้ายแมดด็อกซ์จริงหรือไม่ซึ่งผลจากการสืบสวนออกมาว่าแบรดจำทุกๆอย่างในวันนั้นได้เขาไม่ได้เมาจนขาดสติถึงขั้นทำร้ายร่างกายแมดด็อกซ์






ภายหลังจากเหตุการณ์บนเครื่องบินโจลี่ก็ได้ยื่นเรื่องฟ้องหย่าแบรดพิตต์ด้วยเหตุผลที่ว่า"เข้ากันไม่ได้และอารมณ์ของเขาจะส่งผลต่อการเลี้ยงดูเด็กๆ"ซึ่งแหล่งข่าวTMZได้เผยว่าแบรดมีปัญหาในการเลี้ยงลูกไม่ว่าจะเป็นการมีอารมณ์ฉุนเฉียวกับเด็กๆและยังมีการใช้กัญชารวมถึงมีการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากจนเกินไปซึ่งโจลี่มองเห็นว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กๆได้

อย่างไรก็ตามในตอนนั้นการฟ้องหย่าเพื่อให้สิทธิ์เลี้ยงดูลูกดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆเพราะทางแบรดเองก็ได้หลักฐานซึ่งเป็นเทปลับที่แฉอดีตภรรยาของเขาว่าเป็นพวกคลั่งยาเสพติดและนิยมเซ็กซ์วิตถารซึ่งหากเทปนี้หลุดออกไปโจลี่จะถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นผู้ดูแลลูกๆทั้ง6คนคือน็อกซ์และวิเวียนลูกฝาแฝดของทั้งคู่แม็ดดอกซ์​,แพกซ์,
ซาฮาร่า,ไชโลห์ซึ่งเด็กทั้งสามคนนี้เป็นลูกบุญธรรมที่โจลี่อุปถัมป์มาเลี้ยงทั้งนี้เทปเจ้าปัญหาของโจลี่นั้นก็ยังไม่ได้หลุดออกมาและไม่มีใครเห็นว่ามันจริงอย่างที่แบรดพูดหรือเปล่า

หลังจากเหตุการณ์บนเครื่องบินและการหย่าร้างของโจลี่และแบรดมีรายงานจากวงในว่า"แมดด็อกซ์ไม่ต้องการเห็นพ่อของเขาอีก"และ"เขาไม่เห็นว่าตัวเองเป็นลูกชายของแบรด"จริงอยู่ที่ว่าข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ออกมาจากแมดด็อกซ์โดยตรงแต่มีการคาดการณ์ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ซ่อมให้ดีเหมือนเดิมดูจากการนัดเจอของแบรดกับลูกๆแต่ไร้เงาของแมดด็อกซ์ซึ่งเด็กหนุ่มมักใช้เวลาอยู่กับแม่ของเขามากกว่า

สถานการณ์ทั้งหมดดูเหมือนว่าจะมีผลกระทบยาวนานกับความสัมพันธ์ของแบรดและลูกชายของเขาแม้ว่าโจลี่และแบรดจะเลิกรากันไปพักใหญ่แล้วก็ตาม






โดยในช่วงเดือนกันยายน2562แมดด็อกซ์ที่บินไปเรียนต่อด้านชีวเคมีที่มหาวิทยาลัยยอนเซเกาหลีใต้เขาได้ถูกปาปารัสซี่ตามถ่ายภาพและได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับInTouchWeeklyโดยแมดด็อกซ์ถูกถามว่าพ่อของเขาจะไปเยี่ยมที่เกาหลีใต้หรือไม่ซึ่งตัวเขาเองได้ตอบว่า"อืมฉันไม่รู้เรื่องนี้เลย"และเมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์ของเขากับแบรดว่าเป็นอย่างไรแมดด็อกซ์ก็ได้ตอบแบบคลุมเครือว่า"อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด"

อย่างไรก็ตามแบรดพิตต์เองก็ได้พยายามปรับความเข้าใจและเข้าหาลูกชายของเขาแต่ดูเหมือนว่าจะไร้ผลเพราะแมดด็อกซ์เองก็พยายามที่จะถอยห่างไม่ยุ่งด้วยซึ่งแบรดก็ได้แต่ทำใจและยอมรับในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปกับลูกชายของเขา

ปัจจุบันการต่อสู้ในชั้นศาลเกี่ยวกับสิทธิในการเลี้ยงดูเด็กๆทั้ง6คนที่มีอย่างยาวนานมาถึง2ปีครึ่งท้ายที่สุดทั้งคู่ก็สามารถตกลงกันได้โดยแบรดได้คืนสถานะโสดให้กับโจลี่และได้เซ็นยินยอมในข้อตกลงเรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูลูกทั้ง6คนซึ่งรายละเอียดทั้งหมดถูกเก็บเป็นความลับเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกๆของพวกเขา




ขอบขอบคุณข้อมูลจาก:entertain.teenee.
แสดงความคิดเห็น


ข่าวล่าสุด